เคยสงสัยไหมครับว่า ถ้าเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันอย่างแผ่นดินไหว ไฟไหม้ หรือระบบขัดข้องจนข้อมูลสำคัญของบริษัทหายไป ธุรกิจเราจะเป็นอย่างไร? หลายคนกังวลเรื่องนี้ แต่ก็ยังลังเลที่จะทำระบบสำรอง เพราะคิดว่าการสร้างศูนย์เก็บข้อมูลสำรอง (DR Site) นั้นมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก
วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับ HyperBDR โซลูชันที่จะเปลี่ยนเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย และช่วยให้คุณประหยัดงบประมาณไปได้มหาศาลครับ
เปรียบเทียบง่ายๆ เหมือนการย้ายข้อมูลมือถือ
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ลองนึกถึงเวลาเราใช้ iPhone แล้วต้องการสำรองข้อมูลเพื่อไปเปิดใช้ในเครื่องใหม่ที่เป็น Android ปกติแล้วการข้ามค่ายแบบนี้ทำได้ยาก แต่ HyperBDR จะทำหน้าที่เป็น "ตัวกลาง" ที่ช่วยให้คุณสำรองข้อมูลจากระบบเดิม (ไม่ว่าจะเป็นเซิร์ฟเวอร์ที่บริษัทเอง หรือจาก Cloud เจ้าอื่น) ไปไว้บน Huawei Cloud ได้อย่างราบรื่น โดยไม่ต้องกังวลว่าต้นทางจะเป็นระบบรูปแบบไหน,
ทำไม HyperBDR ถึงน่าสนใจสำหรับคนทำธุรกิจ?
1.ประหยัดค่าใช้จ่าย (Pay-per-use): ในอดีต การทำระบบสำรองคุณต้องซื้อเซิร์ฟเวอร์มาตั้งทิ้งไว้เฉยๆ เผื่อกรณีฉุกเฉิน ซึ่งเป็นการเสียเงินโดยใช่เหตุ, แต่ด้วย HyperBDR คุณจะจ่ายเพียงแค่ค่าซอฟต์แวร์และค่าพื้นที่เก็บข้อมูลเท่านั้นในสภาวะปกติ คุณจะจ่ายค่าประมวลผล (CPU/Memory) ก็ต่อเมื่อมีการเปิดใช้งานจริงเท่านั้น
2. กู้คืนระบบได้รวดเร็ว: เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ระบบหลักเสียหาย คุณสามารถสั่ง "เปิด" ระบบสำรองบน Cloud ขึ้นมาใช้งานแทนได้ทันที ทำให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้โดยไม่หยุดชะงัก
3. ความยืดหยุ่นสูง: ไม่ว่าข้อมูลเดิมของคุณจะเก็บไว้ที่ออฟฟิศ (On-premise) หรืออยู่บน Cloud เจ้าไหนๆ HyperBDR ก็สามารถช่วยย้ายและสำรองข้อมูลมาไว้ที่ Cloud สำรองได้อย่างง่ายดาย
สรุปสั้นๆ : HyperBDR คือตัวช่วยที่จะทำให้ธุรกิจของคุณมี "แผนสำรอง" ที่มีประสิทธิภาพ กู้คืนข้อมูลได้ไว และที่สำคัญที่สุดคือ ช่วยประหยัดงบประมาณ เพราะคุณจ่ายตามการใช้งานจริงเท่านั้นครับ,